Saturday, March 18, 2017

I wasn't shocked at all to hear from a BBC documentary that the business of condominium today is no longer set up for housing as it is for investors. This is from my direct experience and also from the person I know who owns nearly 100 condo units all over Bangkok. People buy and sell condo units as if they buy and sell stocks in the stock market. Buyers do not even see the room before they buy them. The same seller may then sell it again without seeing it. A man from Saudi Arabia may buy a condo unit in Thailand one day and then sell it to a trader in China on the next day. This is possible because they trust their agents who earn the profit margins for every transaction made.

All day these agents wander around big cities looking for empty condo rooms that are worth investing for, then introduce them to their foreign investors by promising to make good profits for them. Then these units are resold to another group of investors or rent out for short-term housing until they find the next buyer.

More than half of the condo units bought and sold today are not for housing. It's a game for gamblers. No need to say how this will affect the quality of building them. A 60-stories condominium block may be finished withing months, rather than years. We are about to see a condo bubble soon in Thailand.  

Some key players who are involved in this game
- construction companies
- auditing companies
- banks and financial institutes
- international agents

Friday, February 10, 2017



  พระสังฆราชองค์ที่ 20

ผู้มีพระคุณ... ศิษย์หลวงปู่ฝั้น ท่านบวชให้ในยามชีวิตเปลี่ยน
เมตตา สมถะ จริยวรรธ ไม่มีปาฏิหาริย์ ไม่มีลาภสักการะ
 
สึกออกมาแล้วรับทุนรัฐบาลเรียนต่อออสเตรเลีย 
ยังเป็นธุระติดต่อวัดไทยที่โน้นให้ด้วยความเป็นห่วง 
บุญของประเทศไทยจริงๆ

... สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ยี่สิบ พระองค์นี้ทรงมีพระเมตตาให้กระผมได้พึ่งผ้ากาสาวพัสตร์อุปสมบทเป็นสัทธิวิหาริกของท่าน ใต้ร่มบวรพุทธศาสนาในยามที่ชีวิตทุกข์ที่สุด เมื่อราวปี พ.ศ. 2548 ครั้งนั้นยังทรงสมณศักดิ์เป็นพระศาสนโสภณ ก่อนได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ในเวลาต่อมา

เมื่อครั้นสึกออกมาได้รับทุนการศึกษาระดับปริญญาเอกจากรัฐบาล ต้องเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศออสเตรเลีย แต่สภาพจิตใจขณะนั้นย่ำแย่มาก ไม่พร้อมและไม่สนใจจะเล่าเรียนเลย ท่านทรงเมตตาฝากฝังกับทางวัดไทย Anandale ที่กรุงซิดนีย์ตามคำขอของผม โดยมีพระครูปลัด อภิชัย หรือพระอาจารย์หมุน เป็นเจ้าอาวาสผู้เมตตารับผมไว้เป็นเด็กวัดอยู่ที่นั่นอยู่เป็นเดือนจนกระทั่งมหาวิทยาลัยเปิดเรียน 

แม้ปีนี้ท่านจะย่างเข้าวัย 89 พรรษาแล้ว แต่พระจริยวัตรยังไม่เปลี่ยนเลย ท่านั่งสมาธิหลังตรงเด๊ะอยู่นานๆเหมือนเดิม เรื่องพระวินัยและคำสอนนั้นประทับใจผมตั้งแต่ครั้งแรกพบที่อาจารย์ใหญ่เพื่อนของเฮียพิเชษฐ์พาเข้าไปถวายตัวก่อนขอบวชแล้ว ท่านจะพูดเสียงดังและฟังดูออกจะดุๆเสียด้วยซ้ำ 

เป็นบุญของเราพุทธศาสนิกชนแล้วที่ได้พระสังฆราชพระสุปฏิปันโน สายธรรมยุทธ ศิษย์หลวงปู่ฝั้น อาจาโร เป็นผู้มี เมตตา จริยวัตรเรียบง่าย สมถะ ไม่ถือพระองค์เลย ไม่มีปาฏิหารย์ ไม่มีลาภสักการะ รู้สึกปราบปลื้มอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ พระคุณของท่านผมยังจำไม่ลืมจนถึงวันนี้ เมื่อเรียนจบมาก็ได้ไปกราบนมัสการท่านครั้งหนึ่ง แต่ตอนนี้แม้อยากเข้าไปนมัสการอีกก็คงไม่ง่ายเหมือนก่อนแล้ว

ผศ.ดร. มนตรี ตั้งพิชัยกุล





พระสังฆราชองค์ที่ 20

Monday, November 07, 2016

Capitalism promotes division of labor, so people of different expertise are encouraged to specialize only in certain business sectors/industries (e.g. manufacturers do not provide logistics services). In brief, division of labor leads to efficiency / professionalism in the capitalist economy.

Tuesday, April 05, 2016

ข้อคิดจากพี่หมู

- "ชีวิตของเราล้วนอยู่เพื่อผู้อื่น"
- "การทำงานคือการปฏิบัติธรรม"
- "ดีหรือไม่...ไม่รู้" (Steve Job's connecting the dots)


Thursday, November 05, 2015

... ปัจจัตตัง!

Saturday, August 29, 2015


ระบบการศึกษาไทยเต็มไปด้วยระบบการตรวจสอบคุณภาพ... จนคนไม่มีเวลาพัฒนาคุณภาพตนเอง เพราะต้องแบ่งเวลาไปพัฒนาคุณภาพคนอื่น ส่วนคนที่ไม่มีคุณภาพได้ประโยชน์จากการใช้ระบบเป็นเครื่องมือ... เพื่อทำให้ดูมีคุณภาพ

"This is when the word 'inflation' applies ... in the educational sector. No penalty will be bestowed upon you if you know how to play the game."

การกำหนดให้ นศ.ป.โทต้องได้เกรด 3 ก่อนจบการศึกษา และการกำหนดให้อาจารย์ระดับอุดมศึกษาจบ ป.เอก 100% เป็นเพียงปัจจัยส่วนหนึ่งจากทั้งหมดที่ส่งเสริมการเฟ้อทางการศึกษา และไปสู่ educational price war สู้กันจนรายใหญ่เท่านั้นที่อยู่ได้ เพราะได้ประโยชน์จาก economies of scale สุดท้ายแทนที่จะเป็นการกระจายการศึกษากลับทำให้เกิดการรวมศูนย์การศึกษา จากแข่งราคา (price war) กำลังจะเป็นการแข่งบริหารต้นทุน (cost manipulation war) ผู้รับผลกระทบโดยตรงคือผู้เรียนที่ไม่มีอำนาจต่อรองอะไรเลย

แต่ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของคำว่าวิวัฒนาการของระบบทุน ซึ่งก็สายเกินไปที่จะเลี่ยงเสียแล้ว เพราะคนที่เลือกที่จะไม่แข่งขันในสังคมแห่งการแข่งขันจะถูกยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้ทั้งๆที่ไม่ได้ลงสนามด้วยซ้ำ




Monday, August 10, 2015

Live longer:

Feed & Fast คืออดอาหารสลับกับกินให้เต็มที่
Fast & Fast คืออดอาหารสลับกันการเคลื่อนที่เคลื่อนไหวเร็วๆหรือการออกกำลังกายเป็นประจำ
มนุษย์: ความแตกต่างที่ลงตัว
องค์ประกอบที่กำหนดพฤติกรรมมนุษย์คือ หยิน กับ หยาง หรือโครโมโซม x กับ y สะท้อนออกมาในรูปแนวความคิดสองขั้วที่กำหนดการตัดสินใจของมนุษย์ ในระดับบุคคล ครอบครัว สังคมเศรษฐกิจของประเทศและของโลก 

ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและครอบครัว
มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิต และสิ่งมีชีวิตย่อมมีวิวัฒนาการ คือ dynamic beings หยิน หยาง คือลักษณะของหญิงและชายซึ่งเกิดมาคู่กัน แต่มีลักษณะไม่เหมือนกันทั้งนี้เพื่อถ่วงดุลกันและกันเพื่อให้เกิดวิวัฒนาการตามธรรมชาติ นั่นหมายถึงการเติมเต็มกันและกัน แต่ก็ยังหมายถึงการทะเลาะเบาะแว้งกันด้วย ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความลงตัวตามธรรมชาติ คำกล่าวที่ผู้ชายว่า “Woman, can’t live with. Can’t live without” อธิบายได้ดีถึงความสัมพันธ์ในเรื่องนี้ คือชายหญิงอยู่ด้วยกันก็ทะเลาะกัน แต่ขาดกันก็ไม่ได้อีก ปรัชญาจีนเปรียบเทียบไว้ว่าชายคือขุนเขา หญิงคือสายน้ำ ซึ่งเป็นความต่างที่ลงตัวตามธรรมชาติ หากเอาภูเขามาถมแม่น้ำเสียจะได้พื้นที่ราบแต่ไม่มีสิ่งมีชีวิตเพราะไม่มีฝนตก ความลงตัวตามธรรมชาติจึงไม่ได้อยู่ที่การเอาส่วนที่เกินมาหักลบกลบกับส่วนที่ขาดเพื่อให้ได้ค่ากลาง ความลงตัวไม่ได้อยู่ที่เอาลักษณะของชายและหญิงมารวมไว้ในคนๆเดียวกลายเป็นเพศกลางหรือเพศที่สาม ธรรมชาติคือความต่างเพราะความต่างที่ถ่วงดุลกันเป็นที่มาของวิวัฒนาการ แต่นี่ก็เป็นพื้นฐานของความวุ่นวายไม่จบสิ้นของมนุษย์ด้วยเช่นกัน หากโลกของเราจะมีแต่หญิงล้วน หรือชายล้วน ความวุ่นวายคงลดน้อยลงมาก แต่มนุษย์จะสูญพันธ์

หญิงมีลักษณะละเอียดรอบคอบ พิถีพิถันจนลังเลไม่มั่นใจ คือ นักเต้นระบำเพราะเดินวนเวียนอยู่สวยงามแต่ไม่ไปไหนเสียที ชายมีลักษณะกล้าตัดสินใจ แต่ประมาท ขาดความระมัดระวังคือ นักพนัน เพราะชอบเสี่ยงอยู่ตลอดซึ่งก็เป็นคุณลักษณะที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา แต่บางครั้งก็เสี่ยงจนหมดตัวจนรับผิดชอบความเสียหายไม่ไหว

ความสัมพันธ์ระดับสังคมและเศรษฐกิจ
ลักษณะที่ปรากฏในหญิงและชายนั้นเป็นตัวกำหนดความคิดในเรื่องต่างๆ ตลอดจนแนวคิดทางการเมืองการปกครอง สังคมที่มีความคิดแบบหยางมากๆคือสังคมที่มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดโดยไม่ค่อยรับผิดชอบกับผลที่เกิดขึ้น สังคมที่มีลักษณะหยินมากๆก็จะมีลักษณะที่ตรงข้ามคือเน้นที่การอนุรักษ์สิ่งที่ดีไว้เพื่อไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง การเมืองในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกาแบ่งขั้วความคิดเป็นสองฝ่ายให้ชัดเจนไปเลยเป็นพรรค Republican และ Democrat แล้วให้ประชาชนลงคะแนนตัดสิน แน่นอนที่สุดสองพรรคนี้สลับกันขึ้นมาปกครองประเทศ ยามใดประเทศมีแนวคิดแบบ Republican สุดโต่งคนอเมริกันก็จะหันไปเทคะแนนให้ Democrat ในการเลือกตั้งสมัยหน้า ยามใดสังคมมีแนวคิดแบบ Democrat สุดโต่งสมัยต่อมาคนก็จะเทคะแนนให้ฝ่าย Republican มาก เป็น dynamicity แบบนี้ซึ่งก่อให้เกิดการพัฒนา สังคมแบบไทยกับทำตรงกันข้ามคือแทนที่จะแยกแนวนโยบายหยินหยางให้ชัดเจน ทุกพรรคการเมืองมีนโยบายคล้ายๆกัน แล้วเอาตัวบุคคลเป็นที่ตั้งมากกว่าแนวนโยบาย dynamicity ในสังคมไม่เกิด การผูกขาดของพรรคต่อประชาชนเกิดขึ้นแต่พัฒนาการก็ไม่เกิด

ความลงตัวไม่ได้อยู่ที่การลอมชอมจนทุกคนเป็นเนื้อเดียวกันหมด เพราะนั้นเป็นอันตรายต่อวิวัฒนาการเหมือนอย่างสังคมนิยม (Socialist) ที่ทุกคนมีความคิดความเห็นไปในทิศทางเดียวกันแต่ประเทศไม่พัฒนา แตกต่างจากเสรีนิยม (Liberal) ที่กล่าวมาข้างต้น 

ดีทั้งหมดคือไม่ดี... เพราะไม่พัฒนา
ไม่ดีทั้งหมดยิ่งไม่ดี... เพราะเสื่อมลง
ดีบ้างไม่ดีบ้างปะปนกันจึงดี... เพราะเกิดพัฒนาการ

เช่นเดียวกับที่การเมืองมีแบบขวาจัด (liberal) และซ้ายจัด (conservative) แนวคิดทางเศรษฐศาสตร์และนโยบายเศรษฐกิจของชาติย่อมมีความแตกต่างกันคนละขั้วเช่นกันคือทุนนิยมเสรี (capitalist) และ นโยบายปกป้องประเทศจากทุนนิยมเสรี (protectionist) นโยบายแบบทุนนิยมเสรีคือการมุ่งเน้นที่ความก้าวหน้าและการลงทุน

* กรณีหนี้สินกรีซที่สร้างไว้จนล้นพ้นตัวก็มาจากแนวนโยบายแบบหยางสุดโต่งที่มุ่งความเปลี่ยนแปลงจนทำให้เกิดช่องว่างอันนำไปสู่การโกงกันในรัฐบาลก่อนๆ จนตอนนี้ต้องใช้นโยบายแบบหยินกลายเป็นรัฐบาลที่รัดเข็มขัด

มุมมองทางเศรษฐกิจแบบทุนนิยมกับอนุรักษ์นิยม (Capitalist vs. Conservative) แนวความคิด ซึ่ง

หยินคือนโยบายสังคมเศรษฐกิจเชิงก้าวหน้า (Progressive)
หยางคือนโยบายสังคมเศรษฐกิจเชิงป้องกัน (Protective)

การศึกษาไทยและเทศ
การประกันคุณภาพ

การแข่งขันทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ แต่การเลือกที่จะไม่แข่งขันในสังคมที่มีการแข่งขันจะนำไปสู่การถูกยัดเยียดความพ่ายแพ้และบทลงโทษที่เกิดขึ้นอันเลี่ยงไม่ได้