Wednesday, November 30, 2011

A brief explanation of the whole process of international trade!

It all starts with an importer placing an order to a foreign exporter. The exporter issues a Pro Forma for the importer to check and confirm. After the Pro Forma is confirmed, the exporter then hands it over along with the Packing List and a Commercial Invoice (Export Invoice) to a Freight Forwarder. Upon receipt of both documents, the Freight Forwarder then sends a Manifest to the importer to check and confirm. Once the manifest is confirmed, the Freight Forwarder arranges for international transportation carriers, issues Bill of Lading (for ship) or Air Waybill (for plane) to its customs office at the port of departure, and make payment of estimated duties. The freight is then loaded on board the ship or the plane and shipped to the importer's customs office waiting to be released at the arrival port. An Arrival Notice is then sent to the importer by the Freight Forwarder upon arrival of the merchandise in the port. Then, the importer assigns customs broker to make clearance at the port. Documents needed for clearance along with payment of estimated duties are (1) Bill of Lading (a copy sent by the Freight Forwarder), (2) Commercial Invoices (a copy sent by the exporter), and (3) Entry Form as required by the Thai customs. Once entry has been made, the customs broker instructs the trucking company to pick up the merchandise from the international transportation carrier and deliver it to the importer's premise(s).

Saturday, November 12, 2011

UNSEEN KU FLOODED
เดินทางจากคอนโดศุภาลัยพาร์ค(เกษตร) เพื่อมาทานอาหารกลางวันที่เดอะมอลล์งามวงศ์งาน ระยะทางระหว่างคอนโดถึงแยกพงษ์เพชรไม่มีอาหารหรือร้านค้าใดๆเปิดทำการ เพราะระดับน้ำสูงประมาณเข่าถึงเอว มีแต่รถสิบล้อของทหารวิ่งได้












สภาพเส้นทางถนนงามวงศ์งานเป็นอย่างที่เห็นในภาพ เหมือนเมืองร้าง ใช้เวลาเดินทางไปเดอะมอลล์ประมาณครึ่งชั่วโมงไม่นับเวลารอรถและเดินลุยน้ำออกมาที่ท่ารถ/เรือ ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะกลางถนนใจกลางแยกเกษตร











บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยกษตรศาสตร์ ประตูสอง


Friday, October 21, 2011


Poo Tuozhan Island
ไปผู่โถวซานด้วยตนเอง

จากตังเมืองเซี่ยงไฮ้ นั่งรถไปใต้ดินไปลงที่สถานี Nanpu Bridge ตรงทางออกจากสถานีเป็นที่ตั้งของสถานีขนส่งอยู่ใต้สะพาน Nanpu พอดี สามารถซื้อตั๋วเดินทางไปเกาะ Poo Tuozhan ได้ที่นี่

ซื้อตั๋วแล้ว รอรถบัสที่เดียวกัน ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงถึงเกาะกลางทะเลที่รัฐบาลจีนออกแบบมาให้เป็นเกาะขนลำเลียงสินค้าทางทะเล


ลงเรือโดยสาร ไปยังเกาะอีกประมาณหนึ่งชั่วโมง โดยใช้ตั๋วโดยสารใบเดียวกัน ไม่ต้องซื้อใหม่









ถึงเกาะ Poo Tuozhan สามารถจองที่พักและซื้อตั๋วเที่ยวเกาะได้เลยที่สำนักงานบริเวณท่าเรือ สำหรับที่พักจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการจองบวกเข้าไปจากราคาที่พักจริงนิดหน่อย วัดใหญ่ที่สุดน่าเที่ยวคือวัด Puji และที่ริมหาดมีรูปองค์พระแม่กวนอิมทะเลใต้ยืนเด่นอยู่ให้ผู้แสวงบุญเข้าสักการะ ส่วนเวลากลับก็นั่งเรือแล้วมาต่อรถบัสกลับไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Nanpu Bridge เหมือนตอนมา

Saturday, October 01, 2011

สรุปความเข้าใจ

- หนี้พันธบัตรกรีซที่รัฐบาลยุโรปหลายประเทศถึงไว้ถึงดิว แต่กรีซไม่มีเงินจ่ายหนี้
- ยุโรปเรียกร้องให้ IMF ปล่อยสินเชื่อให้กรีซเอาเงินไปจ่ายหนี้ประเทศในยุโรปก่อน มิฉะนั้นยุโรปจะพลอยล้มกันหมด และทำให้เกิดเศรษฐกิจถดถอย (Recession)
- IMF ถูกกดดันหนัก เลยปล่อยทองที่เก็บอยู่ปริมาณมากที่สุดออกขาย เพื่อเอาเงินไปอุ้มกรีซ
- ปริมาณทองคำในตลาดเพิ่มขึ้นทันที ราคาทองจึงตกฮวบ
- นักลงทุนตื่นการขายทองของ IMF เพราะคิดว่าปัญหาหนี้กรีซเป็นเรื่องใหญ่แล้ว ขนาด IMF เทขายทอง
- นักลงทุนเลยไปถือเงิน USD มากขึ้นแทนการถือทองคำหรือเงินยูโร
- ค่าเงิน USD แข็งขึ้นเรื่อยๆ ตัวเลขเห็นชัดเดือนกันยายนจากต้นเดือน 30 บาท เป็นปลายเดือน 31 บาท

สรุป: ถ้าเป็นเช่นนี้เรื่อยๆ แล้ว IMF อุดหนี้กรีซไม่อยู่ เดาว่าเงินยูโรจะร่วง ทองคำจะอ่อนค่า แต่เงิน USD จะแข็งค่า นักลงทุนอาจทยอยเก็บซื้อทองคำไว้ได้ทีละน้อยๆได้ ไม่ต้องรีบซื้อเพราะเผื่อราคาทองลงได้อีก อยู่ที่สถานการณ์กู้หนี้กรีซของ IMF

Friday, September 09, 2011

Reverse engineering
คือการถอดประกอบเพื่อศีกษาโครงสร้างภายใน วิธีการผลิต รวมถึงเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตสินค้านั้นๆ พูดง่ายๆสมมุติว่าเราซื้อหุ่นยนต์มาหนึ่งตัว แล้วเอามาถอดประกอบเพื่อดูว่าหุ่นตัวนี้ผลิตอย่างไร เสร็จแล้วนำความรู้ที่ได้ไปผลิตตัวใหม่ซึ่งเป็นของเราเอง เรียกได้ว่าเรากำลัง reverse engineer หุ่นยนต์ตัวนั้นอยู่

อย่างนี้ถึอเป็นการละเมิดสิทธิบัตร (patent) อย่างหนึ่งเพราะไปล้วงเอา know-how ของเขามา ดังนั้นเวลาผู้ส่งออกสินค้าที่มี patent มายังประเทศไทย จึงบังคับให้ Sales agent หรือ distributor ในเมืองไทยเซ็นเอกสารที่บังคับว่าจะไม่ทำ reverse engineering และเปิดเผย know-how ของสินค้าของตน ในเอกสารเรียกว่า Confidentiality and Non-disclosure Agreements เอกสารตัวนี้ยังใช้บังคับให้ร้านค้าขายคอมพิเตอร์ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายของต่างประเทศ ไม่มีสินธิลงโปรแกรมอื่นหรือโปรแกรมผีให้ลูกค้าได้

ปกติสินค้านั้นๆแม้จะมี patent ในประเทศผู้ผลิต แต่ส่งออกมายังประเทศไทยแล้ว ผู้ผลิตยังต้องตามมาจด patent ในประเทศไทยด้วย มิฉะนั้นแล้วจะไม่ถือเป็น legal owner ของสินค้านั้นในประเทศไทย ที่แย่กว่านั้นคือถ้าบริษัทผู้ส่งออกจากต่างประเทศ ไม่ได้ให้ Distributor ในประเทศไทย เซ็นสัญญา Confidentiality and disclosure agreement และบริษัทเองก็ไม่ได้จดทะเบียนสิทธิบัตรในประเทศไทยด้วยตัวเองหรือผ่าน Nominee ด้วยแล้ว ยิ่งแย่ใหญ่เพราะจะไม่มีสภาพเป็น legal owner ของสินค้านั้นๆในประเทศไทยเลย ตรงกันข้ามหากมี Sales agent หัวใสไปจดสิทธิบัตรของเทคโนโลยีการผลิตสินค้านั้นในประเทศไทยแล้ว (อาจศึกษาเองโดยวิธี Reverse engineering) เผลอๆ บริษัทผู้ผลิตเองจะต้องมาเจรจรต่อรองกับบริษัทที่จดทะเบียน patent ในประเทศไทยเพื่อขอซื้อสิทธิในการขายสินค้านั้นๆในประเทศไทย ทั้งๆตนเองเป็นเจ้าของ Know-how แต่เดิม

กรณีเช่นนี้ดูเหมือนว่าผู้ส่งออกจากต่างประเทศมายังไทยจะเสียเปรียบเรา และดูจะไม่เป็นธรรมกับเขาในการขายสินค้าที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญา แต่ถ้ามาดูประเด็นอื่นแต่เป็นเรื่องคล้ายๆ กันแต่มองในมุมกลับกัน เช่น กรณีไทยส่งออกข้าวหอมมะลิไทยไปสหรัฐอเมริกา และถูกนักวิจัยพันธุ์พืชชาวอเมริกัน นำไปถอดรหัสพันธุ์กรรมแปลงข้าวหอมมะลิเราเป็นสายพันธุ์ใหม่ใบสั้นเตี้ย และปลูกได้ดีที่สภาพอากาศอื่น อย่างนี้ก็น่าจะเป็น reverse engineering ได้

Saturday, August 06, 2011

เมื่อจดทะเบียนบริษัทแล้วต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่าสินค้าของบริษัทต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่เพราะถ้าหากไม่ตรวจสอบให้ดีก่อนจะแก้ไขยากมาก เช่นกิจการค้าขายสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพื่ม แต่ดันไปจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไปแล้วต้องดำเนินการยกเลิกภาษีมูลค่าเพิ่มดังนี้

1. เลยตามเลย จ่ายภาษีซื้อให้supplierและเรียกเก็บภาษีขายจากลูกค้า แสดงภาษีซื้อ และภาษีขายในแบบยื่นภาษีทุกเดือน
2. มีรายรับต่ำกว่า 1.8 ล้านเป็นเวลา 3 ปีสำหรับกิจการที่ต้องเสียVAT หรือเป็นผู้มีรายรับต่ำกว่า 1.8 ล้านเป็นเวลา 2 ปีสำหรับกิจการที่ไม่ต้องเสียVAT แต่ขอเข้าระบบ
3. ขอเลิกกิจการ

Sunday, July 03, 2011

Words in the news:
reconciliation = ปรองดอง
amnesty = นิรโทษกรรม
populist policies = นโยบายประชานิยม

Saturday, June 25, 2011

วันนี้เหนื่อย...
บางครั้งเราให้เวลากับการทำงานมากจนเกินไป จนไม่ได้หยุดที่จะคิด... เพื่อทำสิ่งดีๆให้กับตนเอง คนที่รักเรา และสังคมรอบข้าง

Tuesday, May 24, 2011

สัญญาณอันตราย

วันนี้ไปสำนักงานจัดหาแรงงานกับหุ้นส่วน เพื่อหาคนมาทำงาน คนหางานตอนนี้มากจริงๆ แต่ที่น่าแปลกคือเมื่อดู profile บัณฑิตกว่าร้อยราย พบว่าอัตราเงินเดือนที่ต้องการหรือที่เรียกจากนายจ้างได้ไม่ได้แตกต่างจากเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วสมัยที่ผมเป็นบัณฑิตจบใหม่หางานเอง

สังคมไทยกำลังถูกคุกคามด้วยภาวะการศึกษาเฟ้อ (Eduflation) สิบกว่าปีที่แล้ว สาวใช้ตามบ้านได้เงินเดือน 4,000 บาท บัณฑิตจบใหม่ได้เงินเดือน 8,000 บาท มากกว่าสาวใช้ 100% เดี๋ยวนี้สาวใช้ได้เงินเดือน 7,000 บาท บัณฑิตจบใหม่ได้เงินเดือน 10,000 บาท มากกว่าสาวใช้แต่ 40%

อีกสิบปีข้างหน้าเราคงได้เห็นสภาพสังคมแบบประเทศทุนนิยมที่เจริญแล้วหลายๆ ประเทศ ประเทศที่รายได้ของแรงงานรับจ้างสูง เกือบเท่ากับคนทำงานสำนักงาน เพราะแรงงานเหล่านี้กำล้งเป็นที่ต้องการมากขึ้นเพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษกิจที่รวดเร็วจนน่ากลัว แต่อีกปัจจัยหนึ่งที่น่ากลัวกว่าคือการขยายตัวทางการศึกษาจนเฟ้อ และอุปสงค์ที่มากกว่า อุปทาน เพราะค่านิยมที่แข่งกันซื้อปริญญา ผลดีตกอยู่กับสถาบันการศึกษา บุคคลากร และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ผลเสียคือบุคคลการครูเติบโตไม่ทัน คืนคนสอนมีไม่พอกับคนเรียน ทำให้การศึกษาไม่มีคุณภาพ จบแล้วไม่สามารถทำงานในสาขาที่จบจริงๆได้ ผมเรียกสภาพแบบนี้ว่า การศึกษาเฟ้อ หรือ Eduflation (Education + Inflation) ก็แล้วกัน

ประเทศเจริญแล้วอย่าง ออสเตรเลีย กำลังผลิตใบปริญญาเป็นสินค้าส่งออกอย่างเป็นระบบ เพราะรัฐบาลลงมาทำตลาดเอง ทั้งค้าปลีกและค้าส่ง เป็นทั้ง supplier และ dealer ในตัว เข้ามาดึงลูกค้าถึงในต่างประเทศ ส่วนคุณพ่อ คุณแม่ก็เร่งหาเงินมาทั้งชีวิต แล้วซื้อปริญญาให้ลูก ให้กลับมาเป็นบัณฑิตจบนอกแย่งงานบัณฑิตที่จบในประเทศ ส่วนบัณฑิตที่จบในประเทศ หากไม่เร่งพัฒนาตนเองให้มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริงแล้ว มีเพียงใบปริญญาใบเดียว ไม่นานรายได้จะไม่ต่างจากแรงงานรับจ้างส่วนใหญ่ในสังคม เช่นช่างทำผม ช่างตัดเสื้อ บริกรร้านอาหาร หมอนวด มอเตอร์ไซด์รับจ้าง เป็นต้น ถึงวันนั้นฟองสบู่การศึกษาจะแตก คือบัณฑิตไม่เพียงตกงาน เพราะต่อให้มีงานทำเงินเดือนก็ยังต่ำกว่าแรงงานรับจ้างเสียอีก เพราะเรียนเป็นอย่างเดียวในระบบการศึกษาที่ขาดคุณภาพ จึงด้อยความสามารถ สุดท้ายบัณฑิตก็ผันตัวเองมาเป็นแรงงานรับจ้างซะเอง เลยไม่รู้ว่าแล้วลงทุนเรียนไปทำไม ความรู้ก็ไม่ได้ รายได้ก็เท่าคนไม่ได้เรียน

สุดท้ายตัดกันที่โอกาสทางสังคม และความสามารถที่แท้จริง อย่างแรกกำหนดไม่ได้ อย่างที่สองพัฒนาได้ บัณฑิตไทยต้องคิดให้เป็น และเร่งเพิ่มมูลค่าของตนให้เร็วที่สุด อย่างมัวแต่เรียนตามครรลองของสังคม หรือเรียนตามเพื่อน อย่าเรียนเพื่อพ่อแม่ แต่ต้องเรียนเพื่อตนเอง ต้องเรียนเพื่อพัฒนาความสามารถของตนอย่างแท้จริง หากคิดจะเรียนตามกระแสก็ต้องเลือกสาขาวิชาที่เป็นที่ต้องการของตลาดจริงๆ แต่หากคิดเรียนแตกต่างจากกระแส ก็ต้องเร่งสร้างจุดขาย ให้โดยเด่น และเรียนด้วยความมุ่งมั่นว่าจะเอาความสามารถอย่างแท้จริงอย่างกัดไม่ปล่อย อย่าเรียนแบบถูกสังคมเพื่อนพ้องพ่อแม่หลอกให้เรียนอีกต่อไป เพราะอีกไม่นานบัณฑิตไทยไม่เพียงจะต้องแข่งกันเอง แต่ยังมีแรงงานจากสนาม ASEAN ที่จะลงมาแข่งขันในประเทศของเราอีก

Saturday, April 30, 2011

Guangzhou's business trip



The 109th China Import and Export Fair



Date: 23-27 April 2011



Venue: China Import and Export Complex



Accommodation: Colorful Days Hotel, Guangzhou





25 Apr 2011: Canton Fair (1)
Checked in at the Colorful Days Hotel in Guangzhou around 1am and found that the room on the first night I booked through http://www.travelchinaguide.com/.com hasn't been reserved for us. So they managed to find a room in another hotel for the first night. Upset but didn't bother because we are tired and had to get ready for the Canton Fair (China's Import and Export Expo), our destination for this business trip, in the morning.

26 Apr 2011: Canton Fair (2)

Twice a year, China hosts an exposition to showcase Chinese's products to attract dealers and wholesalers from around the world to Pazhou Complex, the venue for the Canton Fair. We arrived the fair by a hotel shuttle bus and spent all day finding and chatting with Chinese suppliers. I couldn't help wondering though if all the exhibitors there are really manufacturers or just agencies. The venue is pretty much like Muang Thong Thani, but this is much much bigger and newer. Think of 33 halls with each one the size of two soccer fields! The organizer provides shuttle bus to travel between halls. It's like shopping in a mega department store. The difference is that you can only buy at least 1,000 items for each type of small products, (e.g. key chains, dolls, cups). Few thousands are required for smaller items (e.g. stickers, pens), and few hundreds for bigger ones (e.g. furniture). The picture on the right shows a Thai importer deciding what to import to Thailand.


27 Apr 2011: Getting around Guangzhou and shopping at Beijing Street
The best way to get around the city of Guangzhou is by subway, or what people here call ‘Metro’. The system is pretty much like Bangkok’s MRT where you go to the ticket selling machine to pay for your route to get a plastic token/coin. English is avaiable at the machine. At the exit, drop the coin to return it. Like in other big cities, the subway is always the best public transportation. That's why it's good to stay in a hotel near the subway station so you can go anywhere in the city in few minutes, including the shopping area on Beijing Street. This is a fashion pedestrian road for shoppers who look for brandname clothes and shoes. In the middle of the fashion street stands a Chinese Buddhist temple, an interesting place to spend half an hour on for spiritual relaxation after getting tired from shopping.


28 Apr 2011: Historic tour and Buddhist temple
Chen Clan Academy is a must. They preserve old Chinese arts and crafts for tourist to see. The place itself was built in 1894. Just two subway stops away is the Beijing Pedestrian Street where you can enjoy shopping and see modern Chinese teenagers shopping for clothes and having McDonalds.








29 Apr 2011: The symbol and landmark of Guangzh
The traditional symbol of the city of Guangzhou is the five goats at the Yuexin Park. But now the symbol of the modern Guangzhou is I think the Guangzhou Tower located by the Pearl River. Both are reachable by the subway. Make sure to check them out and shoot some pictures there. In the afternoon, we went shopping at Shangxiajiu Street. Shops here are older, more local and more traditional than those in Beijing Street.

We checked out around 7pm and arrived Baiyun Int’l airport 50 minutes later.

Thursday, February 03, 2011

Words in Business:
L/C = Letter of credit
O/D = Over draft
PE = Price of earning
(อัตราเทียบว่าราคาปัจจุบันของหุ้นนั้นๆเป็นกี่เท่าของกำไรสุทธิที่บริษัททำได้ต่อหุ้น มักใช้เปรียบเทียบระหว่างหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน เพราะแต่ละอุตสาหกรรมมีอัตราการเติบโตของกำไรแตกต่างกัน เมื่อเทียบกับค่า )
Balanced budget = งบประมาณสมดุล
Deficit budget = งบประมาณขาดดุล
Surplus budget = งบประมาณเกินดุล

Sunday, January 09, 2011

8 มกราคม 2554:
สุข ทุกข์ ห่างเพียงตะวันลับ